ReadyPlanet.com
dot
dot
เกี่ยวกับโรงเรียน
dot
bulletประวัติความเป็นมา
bulletปรัชญาและคติพจน์
bulletวิสัยทัศน์และพันธกิจ
bulletที่ตั้งโรงเรียน
dot
การบริหารการศึกษา
dot
bulletระบบการเรียนการสอน
bulletหลักสูตรการศึกษา
bulletเป้าหมาย
bulletโครงสร้างการบริหารงาน
bulletคณะผู้บริหารงาน
bulletชมรมผู้ปกครองและครู
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot
dot
ลิงค์เพื่อนบ้าน
dot


3BB
สพฐ. เขต 1
สพฐ. เขต 2
Insight English


ทำไมนะ…ลูกเราถึงไม่ฉลาด

ทำไมนะ…ลูกเราถึงไม่ฉลาด
 ความฉลาด (Intelligence) หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการเรียนรู้สิ่งต่างๆและความสามารถในการจัดการดูแลแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามทฤษฎี Successful Intelligence ของโรเบิร์ต เจ. สตอร์นเบอร์ก (Robert J. Sternberg) กล่าวว่า ความฉลาดของคนเรานั้นมีอยู่ 3 ด้าน ซึ่งได้แก่
       
       1. ความฉลาดเชิงสร้างสรรค์(Creative Intelligence) หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการนำความรู้ที่ได้รับผ่านทางประสบการณ์ต่างๆมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสร้างสรรค์ โดยการคิดค้นสิ่งใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและคนรอบข้างให้เกิดขึ้น
       
       2. ความฉลาดเชิงประสบการณ์(Experiential Intelligence) หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการคิดวิเคราะห์ การพิจารณาข้อดีข้อด้อยและการแก้ปัญหาเมื่อประสบกับอุปสรรคต่างๆ โดยนำประสบการณ์ที่เคยได้เรียนรู้มา นำมาปรับใช้ในการประเมินและในการวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       
       3. ความฉลาดเชิงปฏิบัติจริง (Practical Intelligence) หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการปรับเอาแนวคิดเชิงทฤษฎีให้สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง ซึ่งคนที่มีความฉลาดในเชิงปฏิบัติจริงจะมีความสามารถในการเอาตัวรอดและจัดการกับเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวันได้ดี
       
       โดยหลักแล้ว ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดความฉลาดของคนเรามีอยู่ 2 ประการคือ 1) พันธุกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด และ 2) สิ่งแวดล้อม ซึ่งได้แก่ การอบรมเลี้ยงดู อาหารการกิน ฐานะทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของครอบครัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าความฉลาดจะเกิดจากสิ่งใดก็แล้วแต่ ความฉลาดเป็นสิ่งที่พัฒนาได้และสามารถพัฒนาได้ดีตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัย 3 ปีแรกนั้น สมองจะเจริญเติบโตและพัฒนาได้มากถึง 80% ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกฉลาดจึงควรต้องใส่ใจดูแลเขาอย่างมาก พร้อมทั้งป้องกันสิ่งที่เป็นอุปสรรคที่จะทำให้สมองของลูกเราไม่พัฒนา
       

       ซึ่งปัจจัยที่อาจส่งผลให้ลูกของเราเป็นเด็กไม่ฉลาดหรือสมองไม่พัฒนา มีตัวอย่างดังนี้
       
       1. เด็กได้รับสารอาหารไม่ครบทั้ง5หมู่ สารอาหาร 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน ที่ได้จากนม เนื้อสัตว์ และธัญพืชชนิดต่างๆ คาร์โบไฮเดรตที่ได้จากแป้งและข้าว วิตามินและเกลือแร่จากผักผลไม้ และไขมันที่ได้จากพืช การที่เด็กได้รับสารอาหารไม่ครบทั้ง 5 หมู่นั้น นอกจากจะส่งผลทำให้ร่างกายของเด็กอ่อนแอ ไม่เติบโตสมวัยแล้ว ยังทำลายความเจริญเติบโตของสมองซึ่งนั่นคือการทำลายความฉลาดของเด็กโดยตรงอีกด้วย
       
       2. สภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษจากควันบุหรี่ ควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ หรือสารตะกั่ว สารปรอทจากโรงงาน สารพิษเหล่านี้ไม่ได้ทำลายเฉพาะร่างกายและสมองของเด็กเท่านั้น แต่ยังเป็นพิษเป็นภัยต่อร่างกายและสมองของคนทุกเพศทุกวัยด้วย
       
       3. เด็กขาดการสัมผัสกับสังคม เกิดจากการที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ พ่อแม่ไม่เคยเล่นกับลูกหรือมีการพูดคุยกับลูกน้อยมาก ทำให้ลูกขาดการพัฒนาในด้านภาษาและในด้านมนุษยสัมพันธ์ ทำให้มีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ซึ่งถือเป็นสาเหตุที่สำคัญสาเหตุหนึ่งที่สกัดกั้นความฉลาดของเด็กเพราะเด็กจะขาดโอกาสที่จะเรียนรู้แลกเปลี่ยนนั่นเอง
       
       4. เด็กขาดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดี เช่น พ่อแม่ไม่ค่อยพาลูกไปเปิดหูเปิดตารับประสบการณ์จากแหล่งเรียนรู้ข้างนอกบ้าน หรือไม่สนับสนุนให้มีสื่อและกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีซึ่งเด็กเล็กๆตั้งแต่วัยอนุบาลควรจะได้รับ เช่น หนังสือนิทาน กิจกรรมดนตรี กิจกรรมศิลปะ การออกกำลังกาย
       
       5. เด็กมีสุขภาพจิตไม่ดี เกิดจากการที่เด็กขาดความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว หรือบางกรณีอาจได้รับการเลี้ยงดูที่เข้มงวดมากจนเกินไปและบังคับให้เด็กต้องทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบหรือไม่ถนัด ส่งผลทำให้เด็กเกิดความเครียด มีความวิตกกังวลสูง มองตัวเองในแง่ลบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนยาพิษที่ทำลายความฉลาดของเด็ก เพราะเด็กที่อยู่ในอารมณ์โกรธหรือซึมเศร้าเป็นเวลานานๆนั้น สมองจะหลั่งสารคอร์ติซอล(Cortisol)ซึ่งเป็นฮอร์โมนเครียดที่มีฤทธิ์ในการทำลายความเจริญเติบโตของสมองเด็ก ทำให้การพัฒนาความฉลาดของเด็กถูกยับยั้งลง
       
       ผู้เขียนมีความเชื่อว่า ความฉลาดของลูกอยู่ที่การเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นสำคัญ อย่าท้อแท้ที่วันนี้ลูกของเราอาจจะยังไม่เก่งหรือยังไม่ฉลาด เพราะหากคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูเขาด้วยความรักและเอาใจใส่แล้ว ความฉลาดนั้นก็จะพัฒนาขึ้นมาได้ และที่สำคัญอย่าลืม “3 ส” นี้ คือ 1. ส่งเสริมในสิ่งที่ดี 2. สนับสนุนในสิ่งที่เป็น ประโยชน์ และ 3. สร้างภูมิคุ้มกันจากสิ่งเลวร้ายทั้งปวง แค่นี้ลูกของเราก็จะฉลาดได้อย่างแน่นอน

ดร.แพง ชินพงศ์




รักษาสุขภาพกันดีกว่า

คณะทันตแพทย์ ม.อ.ให้ความรู้ปรับปรุงสระว่ายน้ำ ลดเสี่ยงฟันกร่อน
6 ข้อคิดก่อนเลือกโรงเรียนประจำให้ลูก
สอนลูกเรียนอย่างเทพ เคล็ดลับจาก "พระว.วชิรเมธี"
"พ่อธีร์" แชร์เทคนิคสอนลูก "เก่งเลข" ง่ายนิดเดียว
"นมกระป๋อง" เบียดนมแม่ตั้งแต่ในโรงพยาบาล...จริงหรือ?
พ่อแม่จ๋าอย่าสอนลูกให้เป็น "ปลากัด" article
ฟังกูรูแนะเทคนิคเลือกซื้อ "แบบฝึกหัด" ให้ลูกวัยอนุบาล
เมื่อลูก "ซนเป็นลิง" แค่เด็กซนจริงๆ หรือสมาธิสั้น
จิตแพทย์เตือนพ่อแม่ลูกสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ไม่ได้ อย่าด่าว่า ตำหนิรุนแรง
"เด็กสองภาษา" เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์!!
8 วิธีที่ทำให้ลูก “เอ็นจอย อีทติ้ง”
จริยธรรมเด็กสร้างได้อย่างไร ในยุค”สินบน” ครองเมือง
ให้นมลูกเกิน 6 เดือน อานิสงส์ส่งถึงตอนโต
'ครูหยุย' แนะเทคนิคพ่อแม่ รับมือ "ลูกพันธุ์ใหม่ 2010"
ถ้อยคำดีๆ…ของขวัญที่ลูกอยากได้จากพ่อแม่
"ตา-สุรางคณา"แนะพ่อแม่ รับมือลูกวัยรุ่นปลื้มนักร้องต่างชาติ
12 วิธี เลี้ยงลูกให้ดี-อีคิวสูง พ่อแม่สร้างได้
English Program ของลูก เรียนอย่างไรให้สัมฤทธิ์ผล
10 วิธีสร้าง "บ้านสุข" ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
เทคนิคพ่อแม่ 'เตรียมพร้อม-รับมือ' เมื่อลูกเข้าเรียนป.1
เมื่อพ่อแม่หวังฝากลูกกับครู (พิเศษ) ช่วงสุดสัปดาห์
เกาะ ที่สวยที่สุดในโลก
มาทำ “หน้ากากอนามัย” ใช้เองกันเถอะ!
สอนเด็กให้สู้...เมื่อหนูถูกเพื่อนแกล้ง ควรหรือไม่?
๒๐ คำถามกับท่าน ว.วชิรเมธี
เสริมสร้างลูกให้ภาคภูมิใจในตนเอง (Self-Esteem)
กว่าจะเป็น “ธงมหิดล”
วิจัยพบ สมองเด็กแรกเกิด - 7 ขวบพร้อมเรียน "ภาษา" มากที่สุด
ทันตแพทย์หัวใจอาสา สร้างศรัทธาความเป็นคน
กรุ๊ปเลือด กับการดูแลตัวเอง
ฝึกลูก 5 - 9 ขวบ เผชิญหน้าความเครียดจาก "เพื่อน"
ก่อนนอน...ฟังลูกคุยดีกว่าเล่านิทานให้ลูกฟัง?
ใครว่า! การเล่นไม่สำคัญ
เพราะอะไร ทำให้"เด็กกลัวโรงเรียน"
ผลสอบเสมือนจริง 2/55
"ปลุกแววอัจฉริยะ" กระแสฮิตพ่อแม่ ส่งเสริม หรือกดดันลูก!
บทความดีๆ ที่ webmaster อยากให้อ่าน



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรงเรียนอนุบาลสาธิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000
โทร : 073-312216(สายตรง) , 073-313934 ต่อ 1695
แนะนำ ติชม ติดต่อ webmaster@anubansatit.com
Power by Makpiroon Corporation

www.facebook.com/anubansatit