ReadyPlanet.com
dot
dot
เกี่ยวกับโรงเรียน
dot
bulletประวัติความเป็นมา
bulletปรัชญาและคติพจน์
bulletวิสัยทัศน์และพันธกิจ
bulletที่ตั้งโรงเรียน
dot
การบริหารการศึกษา
dot
bulletระบบการเรียนการสอน
bulletหลักสูตรการศึกษา
bulletเป้าหมาย
bulletโครงสร้างการบริหารงาน
bulletคณะผู้บริหารงาน
bulletชมรมผู้ปกครองและครู
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot
dot
ลิงค์เพื่อนบ้าน
dot


3BB
สพฐ. เขต 1
สพฐ. เขต 2
Insight English


วิจัยพบ สมองเด็กแรกเกิด - 7 ขวบพร้อมเรียน "ภาษา" มากที่สุด
วิจัยพบ สมองเด็กแรกเกิด - 7 ขวบพร้อมเรียน"ภาษา"มากที่สุด
    นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันเผย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศของมนุษย์คือ แรกเกิด - 7 ปี เนื่องจากเป็นช่วงที่สมองมีความสามารถพิเศษบางประการที่ช่วยให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้เร็วกว่าการมาเรียนภาษาที่สองเมื่อโตแล้ว และงานวิจัยชิ้นนี้ยังช่วยจุดประกายให้บรรดาผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นที่มีปัญหาในการเรียนภาษาที่สองได้มีความหวังมากขึ้นด้วย
       
       "การค้นพบเกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของสมองเด็กที่สามารถเรียนรู้ภาษาได้มากกว่า 1 ภาษาตั้งแต่ช่วงแรกเกิด - 7 ปีนี้ บางส่วนสามารถนำไปปรับใช้กับการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาที่สองของผู้ใหญ่" ดร.แพทริเซีย คัห์ล (Dr.Patricia Kuhl) แห่ง มหาวิทยาลัยวอชิงตัน หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว
       
       ด้วยรูปแบบเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภาษา นักวิจัยค้นพบว่า เด็กทารกแรกเกิดมีความสามารถในการจำแนกความแตกต่างของเสียงเหล่านั้นได้ทั้งหมด แต่ความสามารถนี้จะเริ่มด้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อเด็กอายุมากขึ้น
       
       พร้อมกันนี้ ดร.คัห์ลยังได้ยกตัวอย่างชาวอาทิตย์อุทัยที่ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเสียง L กับเสียง R ของภาษาอังกฤษได้ ดังนั้น การออกเสียงคำว่า rake และ lake ของคนญี่ปุ่นจึงยากที่จะฟังให้แตกต่างกัน
       
       อย่างไรก็ดี เมื่อทีมนักวิจัยได้ทำการพิสูจน์เรื่องนี้กับเด็กอายุ 7 เดือนในโตเกียว และเด็กอายุ 7 เดือนที่อาศัยอยู่ในซีแอตเติล กลับพบว่า เด็กทั้งสองคนสามารถจับความแตกต่างของเสียง R และ L ได้ดีพอ ๆ กัน แต่เมื่อทำการทดสอบอีกครั้งเด็กมีอายุ 11 เดือนกลับพบว่า การจำแนกความแตกต่างระหว่างเสียง R และ L ของเด็กญี่ปุ่นด้อยลงอย่างมาก
       
       "ในช่วงแรกเกิด - 6 เดือนแรก เป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และหนึ่งในการพัฒนาเหล่านี้ก็คือการสร้างโครงสร้างทางภาษาที่เหมาะสมสำหรับเด็ก"
       
       ทั้งนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า เด็กทารกสามารถเรียนรู้ภาษาได้มากกว่า 1 ภาษาโดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด (แตกต่างจากผู้ใหญ่หลาย ๆ คนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับภาษาที่สอง)
       
       อย่างไรก็ดี เพื่อให้สมองของเด็กซึมซับภาษาใหม่ลงไป จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงร่วมด้วย จะหวังพึ่งแต่ซีดีประกอบการเรียนรู้ หรือทีวีเพียงอย่างเดียวนั้นคงไม่สามารถทำได้ วิธีง่าย ๆ ที่จะใช้สอนทารกก็คือการพูดกับเขา (พูดทั้งภาษาแม่ และภาษาที่สอง หรือสามกับเด็ก) และการสร้างสภาพแวดล้อมแบบสองภาษาจะทำให้สมองของเด็กมีความยืดหยุ่นได้มากกว่าด้วย
น้องเพ่ยเพ่ย กับคุณพ่อ
 โดยเฉลี่ยแล้ว เด็กที่เติบโตมากับสภาพแวดล้อมแบบสองภาษา หรือแม้จะแค่ภาษาแม่ภาษาเดียวก็ตาม จะเริ่มหัดพูดได้ในช่วงอายุประมาณ 1 ขวบเป็นต้นไป และอาจสามารถพูดได้ 50 คำเมื่ออายุ 18 เดือน
       
       หันมาฟังเสียงจาก "พงษ์ระพี เตชพาหพงษ์" คุณพ่อคนดังผู้แต่งหนังสือ "เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้" ที่สร้างสภาพแวดล้อมแบบสองภาษาจนน้อง "เพ่ยเพ่ย" ลูกสาววัย 4 ขวบสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาไทย - อังกฤษอย่างคล่องแคล่ว โดยคุณบิ๊กมีมุมมองเกี่ยวกับการฝึกภาษาของเด็กว่า "ส่วนตัวศรัทธาในหนังสือรอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว จากจุดนั้นทำให้เกิดความเชื่อว่าเด็กมีความสามารถ เราก็เลยลองทำ ซึ่งพอทำไปได้สัก 3 - 6 เดือน ก็เริ่มมีบทความงานวิจัยออกมาสนับสนุนสิ่งที่เราคิดมากขึ้น"
       
       "สิ่งที่อาจเป็นอุปสรรคก็คือ บางครั้งพ่อแม่หวังพึ่งครูมากเกินไป ผมว่าการเปลี่ยนครูภาษาให้เป็นพ่อแม่มันยาก เปลี่ยนพ่อแม่เป็นครูภาษาง่ายกว่า เพราะปัจจุบันนี้เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ มีครบ จึงเอื้อต่อพ่อแม่มากกว่าในอดีต"
       
       "ขอฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังพยายามอยู่ว่า เด็กเล็กจะเรียนรู้จากการเลียนแบบ และคนที่ใกล้เขามากที่สุดเพื่อให้เขาได้เลียนแบบก็คือพ่อแม่ ในเรื่องของการฝึกภาษา ขอให้ถือเป็นภารกิจ เป็นการสร้างทุนปัญญาให้กับลูก สะสมไปเรื่อย ๆ เมื่อเขาโตขึ้นไปมันก็จะกลายเป็นกองทุนปัญญาให้เขาหยิบไปใช้ และการฝึกก็อย่าไปเครียดกับมันมาก เพราะแต่ละครอบครัวมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ทำแล้วให้สนุกมีความสุขให้การทำ ถึงจุดหนึ่งรู้สึกเกินกำลัง หรือเกินไปจากเงื่อนไขของครอบครัวก็สามารถพักได้ หรือถ้าขาดกำลังใจก็เข้าไปที่เว็บไซต์
2pasa.com ก็ได้ครับ" คุณพงษ์ระพีฝากทิ้งท้าย

 




รักษาสุขภาพกันดีกว่า

คณะทันตแพทย์ ม.อ.ให้ความรู้ปรับปรุงสระว่ายน้ำ ลดเสี่ยงฟันกร่อน
6 ข้อคิดก่อนเลือกโรงเรียนประจำให้ลูก
สอนลูกเรียนอย่างเทพ เคล็ดลับจาก "พระว.วชิรเมธี"
"พ่อธีร์" แชร์เทคนิคสอนลูก "เก่งเลข" ง่ายนิดเดียว
"นมกระป๋อง" เบียดนมแม่ตั้งแต่ในโรงพยาบาล...จริงหรือ?
พ่อแม่จ๋าอย่าสอนลูกให้เป็น "ปลากัด" article
ฟังกูรูแนะเทคนิคเลือกซื้อ "แบบฝึกหัด" ให้ลูกวัยอนุบาล
เมื่อลูก "ซนเป็นลิง" แค่เด็กซนจริงๆ หรือสมาธิสั้น
จิตแพทย์เตือนพ่อแม่ลูกสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ไม่ได้ อย่าด่าว่า ตำหนิรุนแรง
"เด็กสองภาษา" เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์!!
8 วิธีที่ทำให้ลูก “เอ็นจอย อีทติ้ง”
จริยธรรมเด็กสร้างได้อย่างไร ในยุค”สินบน” ครองเมือง
ให้นมลูกเกิน 6 เดือน อานิสงส์ส่งถึงตอนโต
'ครูหยุย' แนะเทคนิคพ่อแม่ รับมือ "ลูกพันธุ์ใหม่ 2010"
ถ้อยคำดีๆ…ของขวัญที่ลูกอยากได้จากพ่อแม่
"ตา-สุรางคณา"แนะพ่อแม่ รับมือลูกวัยรุ่นปลื้มนักร้องต่างชาติ
12 วิธี เลี้ยงลูกให้ดี-อีคิวสูง พ่อแม่สร้างได้
English Program ของลูก เรียนอย่างไรให้สัมฤทธิ์ผล
10 วิธีสร้าง "บ้านสุข" ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
เทคนิคพ่อแม่ 'เตรียมพร้อม-รับมือ' เมื่อลูกเข้าเรียนป.1
เมื่อพ่อแม่หวังฝากลูกกับครู (พิเศษ) ช่วงสุดสัปดาห์
เกาะ ที่สวยที่สุดในโลก
มาทำ “หน้ากากอนามัย” ใช้เองกันเถอะ!
สอนเด็กให้สู้...เมื่อหนูถูกเพื่อนแกล้ง ควรหรือไม่?
๒๐ คำถามกับท่าน ว.วชิรเมธี
เสริมสร้างลูกให้ภาคภูมิใจในตนเอง (Self-Esteem)
กว่าจะเป็น “ธงมหิดล”
ทันตแพทย์หัวใจอาสา สร้างศรัทธาความเป็นคน
กรุ๊ปเลือด กับการดูแลตัวเอง
ฝึกลูก 5 - 9 ขวบ เผชิญหน้าความเครียดจาก "เพื่อน"
ก่อนนอน...ฟังลูกคุยดีกว่าเล่านิทานให้ลูกฟัง?
ทำไมนะ…ลูกเราถึงไม่ฉลาด
ใครว่า! การเล่นไม่สำคัญ
เพราะอะไร ทำให้"เด็กกลัวโรงเรียน"
ผลสอบเสมือนจริง 2/55
"ปลุกแววอัจฉริยะ" กระแสฮิตพ่อแม่ ส่งเสริม หรือกดดันลูก!
บทความดีๆ ที่ webmaster อยากให้อ่าน



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรงเรียนอนุบาลสาธิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000
โทร : 073-312216(สายตรง) , 073-313934 ต่อ 1695
แนะนำ ติชม ติดต่อ webmaster@anubansatit.com
Power by Makpiroon Corporation

www.facebook.com/anubansatit