ReadyPlanet.com
dot
dot
เกี่ยวกับโรงเรียน
dot
bulletประวัติความเป็นมา
bulletปรัชญาและคติพจน์
bulletวิสัยทัศน์และพันธกิจ
bulletที่ตั้งโรงเรียน
dot
การบริหารการศึกษา
dot
bulletระบบการเรียนการสอน
bulletหลักสูตรการศึกษา
bulletเป้าหมาย
bulletโครงสร้างการบริหารงาน
bulletคณะผู้บริหารงาน
bulletชมรมผู้ปกครองและครู
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot
dot
ลิงค์เพื่อนบ้าน
dot


3BB
สพฐ. เขต 1
สพฐ. เขต 2
Insight English


ถ้อยคำดีๆ…ของขวัญที่ลูกอยากได้จากพ่อแม่
ถ้อยคำดีๆ…ของขวัญที่ลูกอยากได้จากพ่อแม่
       การแสดงความรัก ความเข้าใจ ความห่วงใยที่คนในครอบครัวมีต่อกัน นอกจากจะแสดงออกมาในรูปแบบของการกระทำหรือการปฏิบัติ เช่น หอมกัน กอดกัน ลูบหัวกัน จับมือกันแล้ว การแสดงออกทางคำพูดก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกดีๆระหว่างพ่อแม่ลูกได้ไม่แพ้กัน เพราะคำพูดหรือถ้อยคำดีๆที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ ความห่วงใยและการให้โอกาสที่พ่อแม่ใช้พูดกับลูกนั้น จะเข้าไปฝังอยู่ในสมองและความรู้สึก ซึ่งช่วยให้ลูกมีความสุข รู้สึกอบอุ่น เกิดพลังกายและพลังใจในการที่จะกระทำในสิ่งที่ดีงามต่างๆ ทั้งจะช่วยเสริมสร้างให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนที่มีความประพฤติที่ดีและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคตได้อย่างแน่นอน
       
       ถ้อยคำดี ๆที่ลูก ๆ อยากได้ยินจากพ่อแม่ มีดังนี้
       
       1. ถ้อยคำเชิงบวกที่ให้กำลังใจ เช่น “แม่ภูมิใจในตัวหนูจริง ๆ หนูทำได้ดีมากจ้ะ” “หนูทำได้ดีขึ้นนะ ลูกพ่อเก่งจริงๆเลย” “ลูกทำได้แล้ว ยอดเยี่ยมมาก” “ลองพยายามอีกนิดนึงมั๊ยลูก? หนูต้องทำได้แน่ๆ พ่อเชื่อมั่นในตัวหนู” “หนูเป็นเด็กดีมีน้ำใจที่ช่วยแม่ทำงานบ้าน” ตัวอย่างของถ้อยคำเหล่านี้ ช่วยทำให้เด็กมีกำลังใจที่ดีในการต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาต่างๆที่เขาต้องเผชิญและมีความกระตือรือร้นที่อยากจะทำในสิ่งที่ดีๆอยู่เสมอ เพราะเด็กจะรู้สึกว่าหากทำดีแล้วก็จะเกิดผลดีตามมา อย่างน้อยคือพ่อแม่ภูมิใจในตัวเขา เชื่อมั่นว่าเขาเก่งและยอมรับในตัวเขา
       
       2.ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความรัก เช่น “พ่อแม่รักลูกที่สุดเลยนะจ๊ะ” “ลูกคือคนพิเศษสำหรับพ่อแม่นะ” “พ่อแม่รู้สึกมีความสุขที่สุดเลยที่มีหนูเป็นลูก” ถ้อยคำที่แสดงความรักของพ่อแม่จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น มีความสุข และก่อเกิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้จะส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมของลูก คือจะทำให้ลูกเป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีต่อการดำเนินชีวิต เขาจะเป็นคนที่มีจิตใจที่ดีงาม เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ไม่เห็นแก่ตัว และพร้อมที่จะแบ่งปันความรักไปให้แก่คนอื่นๆอีกมากมายเหมือนที่เขาได้รับมาจากพ่อแม่นั่นเอง
       
       3.ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เช่น “เล่นดีๆระวังตัวนะลูก” “ค่อยๆทำนะลูก พ่อแม่จะอยู่เป็นเพื่อนลูกตรงนี้ไม่ไปไหนหรอก” “พ่อกับแม่เป็นห่วงหนูนะจ๊ะ” ถ้อยคำที่แสดงออกถึงความห่วงใยที่มีต่อลูกนั้น จะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงในอารมณ์ให้กับลูก โดยให้ลูกมีความมั่นใจว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหน พ่อแม่จะคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ และสิ่งนี้จะเป็นการฝึกให้ลูกเป็นคนที่รู้จักห่วงใยผู้อื่นด้วยเช่นเดียวกัน

       ในทางตรงกันข้ามถ้อยคำไม่ดีที่ลูกไม่อยากได้ยินจากพ่อแม่ มีดังนี้
       
       1.ถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจลูก เช่น “แกไม่น่าเกิดมาเลย” “ทำไมถึงเซ่ออย่างนี้นะ” “เพราะแกนี่แหละ ฉันถึงต้องลำบากขนาดนี้” เด็กวัยตั้งแต่3ขวบเป็นต้นไป จะเริ่มเชื่อมโยงภาษาเข้ากับความรู้สึกได้มากขึ้น ดังนั้น คำพูดของพ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด จึงสามารถที่จะส่งผลกระทบต่อจิตใจของลูกได้อย่างมากเลยทีเดียว โดยถ้อยคำเชิงลบต่างๆที่พ่อแม่กล่าวกับลูกนั้น จะทำให้เด็กขลาดกลัว ลังเล รู้สึกมีปมด้อย รู้สึกอับอาย ขาดความนับถือในตนเอง ซึ่งจะส่งผลเสียร้ายแรงต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจของเด็กเป็นอย่างมาก เป็นต้นว่าเด็กอาจมีพฤติกรรมเก็บกด รุนแรง ดุร้ายและอาจทำตัวเป็นภัยแก่สังคมต่อไป
       
       2.ถ้อยคำดูถูกดูแคลน เช่น “ทำไมแกถึงไม่เก่งเหมือนคนอื่นเขานะ” “จะแต่งยังไงก็ไม่สวยขึ้นมาหรอก อ้วนเหมือนกับหมูตอน” “ไม่ได้เรื่องจริงๆลูกคนนี้ อย่างนี้จะไปทำมาหากินอะไรได้” ถ้อยคำต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นถ้อยคำที่เสียดแทงจิตใจลูกและส่งผลให้ลูกขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ทั้งยังสร้างให้เด็กเกิดพฤติกรรมถดถอย เช่น มีท่าทีที่ก้าวร้าว ปากคอเราะร้าย และนำคำพูดเหล่านี้ไปใช้กับคนอื่นเพื่อกลบปมด้อยที่ตนเองถูกกระทำมา
       
       3.ถ้อยคำที่ข่มขู่ให้กลัว เช่น “หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้นะไม่งั้นจะให้ผีมาบีบคอ” “ซนมากเดี๋ยวเรียกตุ๊กแกมากินตับซะเลย” “ดื้อมากนัก เดี๋ยวก็โดนจับขังไว้ในห้องมืดคนดียวหรอก” เด็กในวัย2-5ขวบเป็นวัยที่มักจะรู้สึกกลัวในสิ่งที่ตนเองไม่รู้ไม่เข้าใจ เช่น กลัวความมืด กลัวสัตว์บางชนิด กลัวผี การนำสิ่งต่างๆเหล่านี้มาขู่เด็ก จะส่งผลให้เด็กเป็นคนที่มีความกลัวอย่างไม่มีเหตุผล เด็กบางคนโดนผู้ใหญ่หลอกมากๆอาจส่งผลร้ายแรงถึงขนาดกลายเป็นโรคประสาทหลอน ผู้เขียนเคยรู้จักกับคนที่กลัวความมืดมาก ถึงขนาดที่ไม่สามารถอยู่ในที่ๆไม่มีแสงได้เลยไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ตาม ซึ่งทำให้การดำเนินชีวิตยากลำบากมาก โดยเขาเล่าว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะตอนเด็กๆมักถูกพ่อแม่ขู่โดยตลอดว่ามีผีและสิ่งที่น่ากลัวอยู่ในความมืด ทำให้เขาฝังใจกลัวความมืดมาจนถึงทุกวันนี้
       
       เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะก้าวเข้าสู่ปีใหม่แล้ว คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงกำลังหาของขวัญต่างๆนานาที่คิดว่าน่าจะถูกใจให้กับลูกๆอยู่ แต่นอกเหนือจากสิ่งของต่างๆที่จะมอบให้ลูกในโอกาสแห่งความสุขนี้แล้ว อย่าลืมว่าการแสดงออกซึ่งความรักด้วยคำพูดหรือถ้อยคำดีๆจากใจ ก็ถือเป็นของขวัญที่แสนพิเศษไม่แพ้ของขวัญชิ้นไหนในโลกที่พ่อแม่สามารถให้กับลูกได้ และเชื่อได้ว่าของขวัญชิ้นนี้จะเป็นหนึ่งในบรรดาของขวัญที่ลูกทุกๆคนอยากได้มากที่สุดจากพ่อแม่ ไม่ใช่แค่วันปีใหม่แต่เป็นทุก ๆ เวลา ทุก ๆ วัน ทุก ๆ เดือน และทุก ๆ ปีตลอดไป

ดร.แพง ชินพงศ์

credit : Manager Online
 

 




รักษาสุขภาพกันดีกว่า

คณะทันตแพทย์ ม.อ.ให้ความรู้ปรับปรุงสระว่ายน้ำ ลดเสี่ยงฟันกร่อน
6 ข้อคิดก่อนเลือกโรงเรียนประจำให้ลูก
สอนลูกเรียนอย่างเทพ เคล็ดลับจาก "พระว.วชิรเมธี"
"พ่อธีร์" แชร์เทคนิคสอนลูก "เก่งเลข" ง่ายนิดเดียว
"นมกระป๋อง" เบียดนมแม่ตั้งแต่ในโรงพยาบาล...จริงหรือ?
พ่อแม่จ๋าอย่าสอนลูกให้เป็น "ปลากัด" article
ฟังกูรูแนะเทคนิคเลือกซื้อ "แบบฝึกหัด" ให้ลูกวัยอนุบาล
เมื่อลูก "ซนเป็นลิง" แค่เด็กซนจริงๆ หรือสมาธิสั้น
จิตแพทย์เตือนพ่อแม่ลูกสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ไม่ได้ อย่าด่าว่า ตำหนิรุนแรง
"เด็กสองภาษา" เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์!!
8 วิธีที่ทำให้ลูก “เอ็นจอย อีทติ้ง”
จริยธรรมเด็กสร้างได้อย่างไร ในยุค”สินบน” ครองเมือง
ให้นมลูกเกิน 6 เดือน อานิสงส์ส่งถึงตอนโต
'ครูหยุย' แนะเทคนิคพ่อแม่ รับมือ "ลูกพันธุ์ใหม่ 2010"
"ตา-สุรางคณา"แนะพ่อแม่ รับมือลูกวัยรุ่นปลื้มนักร้องต่างชาติ
12 วิธี เลี้ยงลูกให้ดี-อีคิวสูง พ่อแม่สร้างได้
English Program ของลูก เรียนอย่างไรให้สัมฤทธิ์ผล
10 วิธีสร้าง "บ้านสุข" ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
เทคนิคพ่อแม่ 'เตรียมพร้อม-รับมือ' เมื่อลูกเข้าเรียนป.1
เมื่อพ่อแม่หวังฝากลูกกับครู (พิเศษ) ช่วงสุดสัปดาห์
เกาะ ที่สวยที่สุดในโลก
มาทำ “หน้ากากอนามัย” ใช้เองกันเถอะ!
สอนเด็กให้สู้...เมื่อหนูถูกเพื่อนแกล้ง ควรหรือไม่?
๒๐ คำถามกับท่าน ว.วชิรเมธี
เสริมสร้างลูกให้ภาคภูมิใจในตนเอง (Self-Esteem)
กว่าจะเป็น “ธงมหิดล”
วิจัยพบ สมองเด็กแรกเกิด - 7 ขวบพร้อมเรียน "ภาษา" มากที่สุด
ทันตแพทย์หัวใจอาสา สร้างศรัทธาความเป็นคน
กรุ๊ปเลือด กับการดูแลตัวเอง
ฝึกลูก 5 - 9 ขวบ เผชิญหน้าความเครียดจาก "เพื่อน"
ก่อนนอน...ฟังลูกคุยดีกว่าเล่านิทานให้ลูกฟัง?
ทำไมนะ…ลูกเราถึงไม่ฉลาด
ใครว่า! การเล่นไม่สำคัญ
เพราะอะไร ทำให้"เด็กกลัวโรงเรียน"
ผลสอบเสมือนจริง 2/55
"ปลุกแววอัจฉริยะ" กระแสฮิตพ่อแม่ ส่งเสริม หรือกดดันลูก!
บทความดีๆ ที่ webmaster อยากให้อ่าน



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรงเรียนอนุบาลสาธิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000
โทร : 073-312216(สายตรง) , 073-313934 ต่อ 1695
แนะนำ ติชม ติดต่อ webmaster@anubansatit.com
Power by Makpiroon Corporation

www.facebook.com/anubansatit